UNSEEN JAPAN
ดราม่า

"บาทีโร" คืออะไร? เมื่อพนักงานพาร์ทไทม์ญี่ปุ่นทำลายทุกอย่างในวิดีโอเดียว

← กลับ7 กรกฎาคม 2569

ถ้าคุณเคยสั่งพิซซาดีลิเวอรีในญี่ปุ่น ชื่อและที่อยู่ของคุณอยู่ในระบบของร้าน ปกติแล้วมันก็แค่อยู่ในระบบ แต่เมื่อพฤษภาคม 2026 คนทั้งประเทศตกใจเมื่อรู้ว่า ที่ร้านพิซซาล่าสาขาคามาตะ ข้อมูลเหล่านั้นถูกนำออกมาชูโชว์หน้ากล้องโดยพนักงานพาร์ทไทม์

ถ้าคุณเคยสั่งพิซซาดีลิเวอรีในญี่ปุ่น ชื่อและที่อยู่ของคุณอยู่ในระบบของร้าน ปกติแล้วมันก็แค่อยู่ในระบบ แต่เมื่อพฤษภาคม 2026 คนทั้งประเทศตกใจเมื่อรู้ว่า ที่ร้านพิซซาล่าสาขาคามาตะ ข้อมูลเหล่านั้นถูกนำออกมาชูโชว์หน้ากล้องโดยพนักงานพาร์ทไทม์

"บาทีโร" คืออะไร

คำว่า Bait Tero มาจากคำว่า Bait (พาร์ทไทม์) รวมกับ Tero (การก่อการร้าย) หมายถึงพฤติกรรมของพนักงานพาร์ทไทม์ที่ทำหรือถ่ายวิดีโอพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับบริษัท

ญี่ปุ่นเผชิญกับปรากฏการณ์นี้มาตั้งแต่ประมาณปี 2013 แต่มันไม่หยุดเกิด

เกิดอะไรขึ้นที่พิซซาล่าสาขาคามาตะ

ตามรายงานข่าว พนักงานพาร์ทไทม์ที่สาขาคามาตะในโตเกียวเริ่มถ่ายวิดีโอพฤติกรรมไม่เหมาะสมในครัวตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2025 วิดีโอเหล่านั้นเผยแพร่ในวงจำกัดก่อน จนกระทั่งกระจายออกสู่วงกว้างใน เดือนพฤษภาคม 2026 เป็นระยะเวลาถึง 1 ปี 3 เดือนที่พฤติกรรมนี้ดำเนินอยู่

ในคลิปมีภาพพนักงานนอนบนชั้นวางของในครัว มีภาพพิซซาแป้งที่ตกพื้น และภาพอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกแย่กับอาหารที่จะกิน แต่นั่นไม่ใช่ส่วนที่ร้ายแรงที่สุด

จุดที่ร้ายแรงที่สุด — ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้แตกต่างจากบาทีโรทั่วไปคือ ในคลิปมีภาพที่พนักงานหันกล้องไปที่ ใบสั่งพิซซาของลูกค้า ซึ่งระบุ ชื่อจริง ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้สั่ง โดยไม่มีการปิดบังใดๆ

ข้อมูลเหล่านี้กระจายออกไปทางออนไลน์แล้ว บริษัทแม่ Fourseeds (ฟอร์ซีส) ซึ่งเป็นผู้บริหารแฟรนไชส์พิซซาล่าต้องออกมาขอโทษลูกค้าที่ได้รับผลกระทบและติดต่อแจ้งเตือนเป็นรายบุคคล

บริษัทตอบสนองอย่างไร

วันที่ 2 พฤษภาคม 2026 ฟอร์ซีสออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ ประกาศปิดสาขาคามาตะชั่วคราว แจ้งความกับตำรวจ และแจ้งสาธารณสุขเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหาร พร้อมระบุว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับพนักงานที่เกี่ยวข้องทุกคน

ความเสียหายด้านชื่อเสียงของแบรนด์พิซซาล่าที่สะสมมาหลายสิบปีถูกเขย่าอย่างหนักในเวลาไม่กี่วัน

ทำไมเรื่องนี้ถึงไม่หยุดเกิดในญี่ปุ่น

ในฐานะที่สังเกตการณ์สังคมญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้มีมิติที่น่าคิดมากกว่าแค่ "พนักงานโง่"

ร้านอาหารและคอนวีเนียนสโตร์ในญี่ปุ่นพึ่งพาแรงงานพาร์ทไทม์อย่างมาก หลายร้านเปิด 24 ชั่วโมง หลายแห่งไม่มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดพอ และพนักงานพาร์ทไทม์บางส่วน — โดยเฉพาะวัยรุ่น — ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียมีผลทางกฎหมายและทำลายชีวิตคนได้จริง

คนญี่ปุ่นหลายคนที่ติดตามข่าวนี้รู้สึกว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวพนักงาน แต่อยู่ที่ระบบการฝึกอบรมและวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ได้สร้างความรับผิดชอบในระยะยาว สิ่งที่น่าตกใจคือมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่บริษัทต่างๆ มักแก้ไขเฉพาะหน้าแล้วก็ลืมไป

กรณีพิซซาล่าคามาตะจึงไม่ใช่แค่เรื่องบาทีโรธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบบริหารร้านอาหารดีลิเวอรีในญี่ปุ่นยังมีช่องโหว่ใหญ่ที่ยังไม่ได้อุด

แชร์บทความนี้

FacebookLINE