เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2024 โพสต์หนึ่งบน X ได้รับยอดวิวกว่า 10 ล้านครั้งในคืนเดียว ภาพนั้นไม่ใช่ดาราดัง ไม่ใช่เหตุการณ์สำคัญระดับโลก แต่เป็นเพียงภาพถ่ายของร้านสะดวกซื้อ Lawson สาขาหนึ่งในเมือง Fujikawaguchiko จังหวัด Yamanashi ที่มีภูเขา Fuji ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังอย่างสวยงาม ก่อนที่ตาข่ายสีดำขนาดใหญ่จะถูกกางขึ้นเพื่อบดบังทิวทัศน์นั้นอย่างถาวร
จุดถ่ายภาพแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ฮิตที่สุดบนโซเชียลมีเดียนับตั้งแต่ราวปี 2023 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแห่กันมายืนบนทางเท้าเล็กๆ ริมถนน Kawaguchiko Omachi เพื่อถ่ายภาพคู่กับ Lawson และ Fuji ในมุมองค์ประกอบเดียวกัน บางวันมีคนมายืนรอคิวตั้งแต่เช้าตรู่ จนทางเท้าที่มีความกว้างไม่ถึงสองเมตรแน่นขนัดไปด้วยผู้คนและขาตั้งกล้อง ไม่เว้นแม้แต่กลางคืน
สิ่งที่ดูเหมือนความสำเร็จทางการท่องเที่ยวในสายตาคนภายนอก กลับสร้างปัญหาอย่างร้ายแรงให้กับชุมชนท้องถิ่น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถผ่านได้ตามปกติเพราะนักท่องเที่ยวยืนกีดขวางกลางถนน มีรายงานว่าผู้ขับขี่ต้องเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง ขณะที่คนถ่ายรูปไม่สนใจสัญญาณไฟจราจรหรือสัญญาณมือของเจ้าหน้าที่
ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่การจราจร บ้านพักอาศัยที่ติดกับทางเท้าแห่งนี้ต้องทนกับเสียงดังและแสงไฟจากกล้องตลอดทั้งวัน บางครั้งถึงช่วงกลางดึก นักท่องเที่ยวบางส่วนเดินเข้าไปในที่ดินส่วนตัวของชาวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อหามุมถ่ายภาพที่ดีกว่า และยังทิ้งขยะไว้บนถนนและบริเวณรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่แห่งเดียวที่ขาดทุนจากสถานการณ์นี้คือผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่ผู้มาเยือน
ในฐานะคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทยมากกว่า 10 ปี เคยเจอสถานการณ์แบบนี้โดยตรงตอนกลับไปเยี่ยมบ้านช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา รู้สึกได้ถึงความอึดอัดของคนในพื้นที่ที่ต้องยิ้มรับนักท่องเที่ยวทั้งที่ชีวิตประจำวันถูกรบกวนอย่างหนัก ความเงียบที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น
ทางการเมือง Fujikawaguchiko ไม่ได้นิ่งดูดาย พวกเขาลองหลายแนวทางก่อนที่จะถึงจุดสุดท้าย วิธีแรกคือการทาสัญลักษณ์ "STOP" ขนาดใหญ่บนพื้นถนนและทางเท้า หวังว่านักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่าการยืนกีดขวางในบริเวณนั้นเป็นอันตราย แต่ผลที่ได้กลับน้อยมาก เพราะคนที่มาถ่ายรูปส่วนใหญ่จดจ่ออยู่กับกล้องของตัวเอง ไม่ได้มองพื้นถนนใต้เท้า
ขั้นต่อมาคือการติดป้ายเตือนทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี และภาษาอาหรับ พร้อมส่งอาสาสมัครไปประจำจุดในช่วงเวลาที่คนแน่น แต่แม้จะมีคนพูดตรงๆ ก็ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่เพิกเฉยหรือเดินหลีกไปแล้วกลับมาอีกทีหนึ่ง ทางเมืองยังพยายามประสานกับ Lawson เพื่อขอความร่วมมือ แต่ก็ไม่อาจควบคุมพฤติกรรมของผู้คนบนพื้นที่สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายในเดือนพฤษภาคม 2024 ทางการจึงตัดสินใจติดตั้งตาข่ายสีดำสูงประมาณสองเมตรบนทางเท้า ทอดขวางแนวทิวทัศน์ที่มองเห็นภูเขา Fuji โดยตรง การตัดสินใจนี้ถูกวิจารณ์จากนักท่องเที่ยวและสื่อบางส่วนว่าเป็นการ "ทำลายประสบการณ์" แต่ทางเมืองระบุชัดเจนว่าสวัสดิภาพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนต้องมาก่อนภาพถ่ายบนโซเชียลมีเดีย
(ภาพจำลอง — ไม่ใช่ภาพจริงของ Fujikawaguchiko)
ภาพตาข่ายสีดำหน้า Lawson กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อระดับโลกแทบทุกสำนักรายงานพร้อมกัน BBC, CNN, AP, Reuters ต่างพาดหัวว่านี่คือสัญลักษณ์ของวิกฤต Overtourism ในญี่ปุ่น ภาพดังกล่าวถูกแชร์ซ้ำหลายสิบล้านครั้งในช่วงสัปดาห์แรก และกลายเป็นหัวข้อถกเถียงระดับนานาชาติว่า อะไรคือสิทธิของนักท่องเที่ยว และอะไรคือขอบเขตที่ต้องเคารพชุมชนท้องถิ่น
ที่น่าสนใจคือปฏิกิริยาในญี่ปุ่นเองกลับต่างออกไปมาก คนญี่ปุ่นจำนวนมากสนับสนุนการตัดสินใจของทางการ และรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องพูดตรงๆ ว่าการท่องเที่ยวที่ไร้ระเบียบไม่เป็นที่ต้อนรับ กระทู้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่แสดงความโล่งอกที่ทางการลงมือทำบางอย่างในที่สุด แทนที่จะเป็นการประท้วงว่าสิทธิ์การถ่ายภาพถูกลิดรอน
เหตุการณ์ที่ Fujikawaguchiko เป็นเพียงหนึ่งในหลายกรณีที่แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับ Overtourism อย่างรุนแรงทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้ เมือง Kyoto ต้องออกกฎห้ามถ่ายภาพในบางซอยของย่าน Gion เพราะนักท่องเที่ยวไล่ตามและถ่ายรูป Geisha โดยไม่ได้รับอนุญาต เกาะ Miyajima ใน Hiroshima เพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าเกาะ และ Nara ต้องออกกฎควบคุมอาหารที่นักท่องเที่ยวให้กวาง
ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าญี่ปุ่นในปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินอื่นๆ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ "คุ้มค่า" ผิดปกติสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นได้เริ่มดำเนินนโยบาย Tourism Tax และมาตรการกระจายนักท่องเที่ยวออกจากจุดยอดนิยมเพื่อบรรเทาปัญหา แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้มาเยือนจากทั่วโลกเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนจะไปถ่ายรูปที่จุดดังๆ ในญี่ปุ่น เรื่องนี้มีบทเรียนที่ชัดเจน ความงามของสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่สิทธิ์ที่เราจะใช้โดยไม่คำนึงถึงคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น ถ้าหากมีป้ายเตือน มีเจ้าหน้าที่บอกให้หยุด หรือมีกฎระเบียบชัดเจน สิ่งนั้นมีไว้เพื่อเหตุผลที่มาจากประสบการณ์จริงของชุมชน ไม่ใช่การ "กีดกัน" นักท่องเที่ยวโดยไม่มีเหตุผล
ตาข่ายสีดำหน้า Lawson อาจจะถูกถอดออกในที่สุด หรืออาจจะอยู่ต่อไปอีกนาน แต่สิ่งที่มันบอกเราได้ชัดเจนที่สุดคือ ชุมชนท้องถิ่นมีขีดจำกัดของตัวเอง และเมื่อถึงขีดจำกัดนั้น พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะกางม่านได้เช่นกัน การเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีไม่ได้หมายความว่าต้องไม่ถ่ายรูป แต่หมายความว่าต้องรู้ว่าเมื่อไหรและที่ไหนที่ควรวางกล้องลง

