คำว่า "知らんけど" เริ่มต้นจากสำนวนท้องถิ่นโอซาก้าและแพร่กระจายจนกลายเป็น internet meme ที่ใช้กันทั่วประเทศภายในไม่กี่ปี และนั่นคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่าสแลงญี่ปุ่นยุคใหม่เดินทางเร็วและไกลกว่าที่คอร์สภาษาไหนๆ จะตามทัน
ถ้าคุณดู TikTok ญี่ปุ่น หรือฟังบทสนทนาของตัวละครในซีรีส์หรืออนิเมะล่าสุด มีโอกาสสูงที่คุณจะได้ยินคำพวกนี้ แต่ถ้าคุณเรียนภาษาญี่ปุ่นจากหนังสือหรือแอป คุณอาจยังไม่รู้จักคำเหล่านี้เลย เพราะมันไม่มีในพจนานุกรมมาตรฐาน
ในฐานะคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทยมากกว่า 10 ปี เคยเจอสถานการณ์แบบนี้โดยตรงตอนที่เพื่อนชาวไทยถามว่า "คำนี้ได้ยินในอนิเมะ แต่ไม่รู้แปลว่าอะไร" ซึ่งทำให้เห็นว่ารอยต่อระหว่างภาษาในตำราและภาษาที่ใช้จริงนั้นห่างกันมากแค่ไหน
ワンチャン มาจากคำว่า "One Chance" ที่ถูกย่อจนเหลือสั้นๆ ใช้แสดงว่า "อาจมีโอกาสเกิดขึ้น" หรือ "เผื่อได้" โดยไม่การันตีอะไร สิ่งที่ทำให้คนไทยสับสนคือ "ワン" ฟังดูเหมือนเสียงเห่าของสุนัข แต่จริงๆ มาจาก "One" ในภาษาอังกฤษล้วนๆ
ワンチャン行けるかも — "เผื่อไปได้นะ / อาจจะไปได้"
ワンチャンある — "อาจมีโอกาส / เผื่อเกิดขึ้นได้"
ใช้กับเพื่อนเท่านั้น ไม่เหมาะกับสถานการณ์ทางการหรือการพูดกับผู้ใหญ่
チルい มาจากภาษาอังกฤษ "Chill" โดยเติม "い" ต่อท้ายเพื่อทำให้เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวิธีที่คนรุ่นใหม่นำคำต่างประเทศมาดัดแปลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ความหมายคือบรรยากาศผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ สบายๆ
この音楽チルくない? — "เพลงนี้ชิลมากเลยไหม?"
今日はチルに過ごしたい — "วันนี้อยากใช้เวลาแบบชิลๆ"
คำนี้แพร่หลายมากพอจนเริ่มปรากฏในสื่อกระแสหลักของญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งในวัฒนธรรมสแลงมักหมายความว่ากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาพูดปกติมากขึ้น

盛る แปลตรงตัวว่า "ตักให้เต็ม" แต่ในสแลงสมัยใหม่หมายถึง "ดูดีกว่าปกติในรูปถ่าย" ไม่ว่าจะจากมุมกล้อง แสง หรือฟิลเตอร์ มุมมองที่น่าสนใจคือคำนี้สะท้อนว่าการทำให้ตัวเองดูดีขึ้นถูกมองเหมือนการ "เติมเต็มสิ่งที่ควรจะมี"
この写真めっちゃ盛れてる! — "รูปนี้ดูดีมากเลย!"
盛りすぎじゃない? — "แต่งรูปเยอะไปหน่อยนะ?"
ใช้บ่อยในหมู่เพื่อนผู้หญิงและบน SNS โดยเฉพาะบริบทการถ่ายรูปและความงาม
無理ゲー มาจาก "無理" (ไม่ไหว) รวมกับ "ゲーム" (Game) หมายถึงเกมที่ยากเกินจะชนะได้ แต่ใช้อุปมาถึงสถานการณ์ชีวิตจริงที่รู้สึกสู้ยากมาก ใช้บ่อยเมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่รู้สึกท้อหรือหมดหวัง
このテスト無理ゲーすぎる — "ข้อสอบนี้ยากเกินไปเลย"
就活、無理ゲーじゃない? — "การหางานมันหนักมากเลยนะ"
แม้ว่า "無理" จะอยู่ในระดับ JLPT N4 แต่ "無理ゲー" เป็นสแลงที่ไม่มีในข้อสอบและไม่สอนในห้องเรียน
知らんけど เดิมเป็นสำนวนภาษาถิ่นโอซาก้าที่หมายถึง "ฉันไม่รู้หรอกนะ" แต่แพร่หลายทั่วญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 2020 ปัจจุบันใช้ต่อท้ายประโยคเพื่อแสดงว่า "พูดตามที่คิดนะ แต่ไม่รับประกันว่าถูก"
あの店、美味しいらしいよ。知らんけど。 — "ร้านนั้นว่าอร่อยนะ ไม่รู้จริงๆ หรอก"
明日晴れると思う、知らんけど — "พรุ่งนี้น่าจะฟ้าใส แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน"
เหตุผลที่คำนี้โดนใจคนญี่ปุ่นมากคือในวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำและการไม่พูดผิด การมีคำที่ทำให้พูดความคิดเห็นได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบเต็มที่นั้นมีประโยชน์มาก 知らんけど จึงกลายเป็นทางออกที่คนรุ่นใหม่ชอบใช้
ทั้ง 5 คำนี้ไม่ควรใช้ในสถานการณ์ทางการ เช่น การสัมภาษณ์งาน การพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักกัน หรือในการสอบ JLPT แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนชาวญี่ปุ่นหรือดู TikTok และ YouTube ญี่ปุ่น การรู้จักคำเหล่านี้ทำให้ฟังและเข้าใจบทสนทนาจริงๆ ได้มากขึ้น
สแลง Gen Z ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงเร็วมากในยุค SNS ทุกคำที่เห็นในบทความนี้อาจมีความนิยมขึ้นลงได้ตามเวลา แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือวิธีที่ภาษาสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ญี่ปุ่นกำลังคิดและรู้สึกอะไรอยู่
ข้อมูล ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2026

