ร้านซูชิเก่าแก่ 120 ปีในเกียวโตถูก Google Review ถล่มหลัง YouTuber ชาวเกาหลีกล่าวหาว่าใช้ราคาสองมาตรฐาน แต่ความจริงคือลูกค้าอ่านเมนูผิดเอง
ร้านซูชิเก่าแก่ดั้งเดิมริมแม่น้ำ Kamo ในเกียวโต อายุกว่า 120 ปี ตกเป็นเป้าโจมตีรีวิวบน Google หลัง YouTuber ชาวเกาหลีโพสต์วิดีโอกล่าวหาว่าร้านคิดราคา "สองมาตรฐาน" ระหว่างลูกค้าชาวญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ แต่เมื่อสืบสวนลงลึก ความจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
ต้นเรื่อง: วิดีโอกล่าวหาที่ปลุกกระแสโกรธ
YouTuber ชาวเกาหลีคนดังรายหนึ่งได้เข้าไปรับประทานอาหารที่ร้านซูชิเก่าแก่ในเกียวโต และสังเกตว่า "เมนูภาษาญี่ปุ่น" กับ "เมนูภาษาต่างประเทศ" มีราคาที่ดูเหมือนแตกต่างกัน จึงถ่ายวิดีโอและโพสต์ลงช่อง พร้อมระบุว่าร้านนี้ใช้ระบบ "ราคาสองมาตรฐาน" ที่คิดแพงกว่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
วิดีโอดังกล่าวได้รับการแชร์อย่างรวดเร็ว และผู้ชมจำนวนมากต่างพากันเข้าไปโพสต์รีวิวเชิงลบบน Google Maps ของร้านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คะแนนรีวิวของร้านดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ชาวต่างชาติแห่กันแสดงความเห็นว่าร้านนี้ "โกงนักท่องเที่ยว" และ "ไม่ควรไป"

ความจริงที่ถูกเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สื่อญี่ปุ่นและผู้ใช้ X หลายคนได้ลองเข้าไปสอบสวนข้อมูลจริง พบว่าร้านไม่ได้คิดราคาสองมาตรฐานแต่อย่างใด สาเหตุที่ราคาในเมนูทั้งสองฉบับดูเหมือนแตกต่างกันนั้น เป็นเพราะ ลูกค้าอ่านเมนูผิดเอง ไม่ได้เลือกรายการที่ตรงกันมาเปรียบ หรืออ่านตัวเลขราคาไม่ถูกต้อง
ร้านอาหารยืนยันว่าเมนูและราคาสำหรับลูกค้าทุกคนเหมือนกันทุกประการ ไม่มีการแบ่งแยก เรื่องนี้จึงกลายเป็นกรณีที่การกล่าวหาโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่อธุรกิจที่ไม่มีความผิด
เสียงจากชาวเน็ตญี่ปุ่น
โพสต์ที่รายงานเรื่องนี้โดย Takizawa Gareso บน X ได้รับการรีโพสต์มากกว่า 6,300 ครั้ง และมีความเห็นจำนวนมากแสดงความเห็นใจต่อร้านอาหาร
- "เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่ร้านถูกทำลายชื่อเสียงเพราะความเข้าใจผิด"
- "ก่อนจะด่าก็ขอให้ตรวจสอบก่อนได้ไหม?"
- "นี่คือปัญหาที่ร้านอาหารในญี่ปุ่นต้องเผชิญทุกวันนี้"
- "120 ปีที่สร้างชื่อเสียงมา โดนทำลายในวันเดียว"
ปัญหาที่ใหญ่กว่า: รีวิว Google กับร้านอาหารในยุคท่องเที่ยวบูม
กรณีนี้ชี้ให้เห็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นในยุคท่องเที่ยวบูม นั่นคือการที่ร้านอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวอย่างเกียวโต ถูกโจมตีด้วยรีวิวเชิงลบบน Google โดยนักท่องเที่ยวที่เกิดความเข้าใจผิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรือภาษา
ผู้ประกอบการหลายรายต้องรับมือกับสถานการณ์นี้โดยไม่มีทางออกที่ชัดเจน เพราะแม้จะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ผิด แต่คะแนนรีวิวที่ดิ่งลงไปแล้วก็ยากจะฟื้นคืนมาได้ง่าย ร้านดังกล่าวกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายด้วย

