เมื่อวันที่ 5-6 สิงหาคม 2026 ประธาน NHK Tatsuhiko Inoue ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนในกรณีที่น่าตกใจ: พนักงานคนหนึ่งของ NHK ถูกทำร้ายทางเพศโดยผู้ร่วมออกรายการ ร้องขอให้ย้ายแผนก — แต่องค์กรปฏิเสธเป็นเวลากว่า 3 ปี [1][2]
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของพนักงานคนหนึ่ง แต่เป็นกระจกที่สะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างในองค์กรขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น
เกิดอะไรขึ้น
ตามรายงานของคณะกรรมการสอบสวนอิสระที่ NHK ตั้งขึ้น พนักงานคนดังกล่าวถูกทำร้ายทางเพศหลังงานเลี้ยงกับผู้ร่วมรายการและคนอื่นๆ หลังจากนั้นพนักงานได้ลาออกชั่วคราว และแจ้งเหตุการณ์ต่อองค์กรหลังจากนั้นกว่าหนึ่งปีครึ่ง
เมื่อขอย้ายแผนก ฝ่ายบุคคลของ NHK ปฏิเสธ โดยอ้างนโยบายที่ให้พนักงานกลับไปทำงานในแผนกเดิมหลังลาพักเสมอ แม้พนักงานได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรค PTSD จากเหตุการณ์ดังกล่าว
พนักงานได้รับการย้ายแผนกในที่สุด แต่นั่นเกิดขึ้นหลังจากผ่านไปประมาณ สามปี หลังจากแพทย์เรียกร้องให้อนุญาตการย้ายแผนก [1][2][3]
ประธาน Inoue กล่าวว่า "เราเสียใจอย่างยิ่งต่อการทำร้ายทางเพศที่เกิดขึ้น และขอโทษอย่างจริงใจต่อการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมของเรา" [1]
NHK ระบุว่าไม่รับรู้ว่าเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงจนกระทั่งพนักงานรายงานเรื่องผ่านสหภาพแรงงานในเดือนเมษายน [1]
ปัญหาเชิงระบบที่ซ่อนอยู่

สิ่งที่น่าสนใจในกรณีนี้ไม่ใช่แค่ตัวเหตุการณ์ แต่คือ ระบบที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นและดำเนินต่อไปได้
องค์กรขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นมักมีนโยบายที่เน้น "ความสม่ำเสมอ" ของระเบียบ: พนักงานลาพักต้องกลับแผนกเดิม, การร้องเรียนต้องผ่านช่องทางภายใน, สิ่งที่เกิดในงานเลี้ยงมักถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ในบริบทนี้ ผู้ที่ถูกทำร้ายจึงต้องเผชิญกับผนังเชิงระบบที่แข็งแกร่งกว่าความเจ็บปวดที่ตนเองรู้สึก
สิ่งที่ NHK ยังไม่เปิดเผย ได้แก่ เพศของพนักงาน ชื่อผู้ออกรายการ และชื่อรายการที่เกี่ยวข้อง [1][2]
บริบท: วงการโทรทัศน์ญี่ปุ่นในวิกฤต
กรณีของ NHK ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ ในช่วงปี 2025-2026 วงการโทรทัศน์ญี่ปุ่นเผชิญกับคดีคล้ายกันหลายกรณี:
- Fuji TV เผชิญข้อกล่าวหาการคุกคามทางเพศระหว่างการถ่ายทำละคร (2026)
- TBS ถูกตรวจสอบด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
- NHK ยังมีกรณีแยก: ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศในเดือนมีนาคม 2026 (คดีคนละกัน) [4]
Tokyo Weekender บรรยายว่านี่คือ "วิกฤตที่สั่นสะเทือนวงการโทรทัศน์ญี่ปุ่น" [4]
ทำไมญี่ปุ่นถึงเปลี่ยนแปลงช้า
ในฐานะคนญี่ปุ่น สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่ตัวเหตุการณ์แต่ละกรณี แต่คือ วัฒนธรรมองค์กรที่ยังไม่พร้อมรับเรื่องราวแบบนี้
แนวคิดเรื่อง "ความกลมกลืน" และ "ไม่สร้างปัญหา" (meiwaku wo kakenai) ฝังลึกในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งมักทำให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายรู้สึกว่าการพูดออกมาคือการ "สร้างปัญหา" ให้องค์กร ไม่ใช่สิทธิที่พึงได้รับ
การที่ NHK ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ แม้หลายคนจะมองว่ามาช้าเกินไปและยังไม่เปิดเผยข้อมูลเพียงพอก็ตาม
สถานการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในเดือนถัดมา
ข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2026
แหล่งข้อมูล
1. The Japan Times, "NHK president apologizes for improper response to sexual assault of worker", 2026-08-06, https://www.japantimes.co.jp/news/2026/08/06/japan/society/nhk-sexual-harassment-apology/
2. Nippon.com, "NHK Apologizes for Improper Response to Sexually Assaulted Worker", 2026-08-05, https://www.nippon.com/en/news/yjj2026080500949/
3. The Star, "Japanese public broadcaster NHK says employee was sexually assaulted by a cast member", 2026-08-05, https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/08/05/japanese-public-broadcaster-nhk-says-employee-was-sexually-assaulted-by-a-cast-member
4. Tokyo Weekender, "NHK, Fuji TV, TBS: Inside the Scandals Shaking Japan's Television Industry", https://www.tokyoweekender.com/japan-life/news-and-opinion/japan-television-industry-scandals/

