ลองนึกภาพว่า คุณกำลังนั่งเล่นเกมในห้องมืดๆ เพียงลำพัง แล้วเสียงดนตรีแปลกๆ ค่อยๆ ดังขึ้นจากเครื่อง Game Boy ในมือ ไม่ใช่เสียงต่อสู้สนุกๆ แบบที่คุณคุ้นเคย แต่เป็นทำนองแปลกประหลาด ฟังดูเหนือจริง ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องในโลกของเกมนั้น นั่นคือสิ่งที่แฟน Pokemon หลายล้านคนทั่วโลกบรรยายถึงเมื่อพูดถึง Lavender Town หรือ "เมืองลาเวนเดอร์" ในเกม Pokemon Red และ Green ฉบับดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่วางจำหน่ายในปี 1996
เมืองเล็กๆ แห่งนี้ในเกมได้กลายเป็นหนึ่งในตำนานเมืองที่แพร่หลายที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต ภายใต้ชื่อที่คนในวงการเกมรู้จักกันดีว่า "Lavender Town Syndrome" หรือ "โรคแห่งเมืองลาเวนเดอร์"
ในเกม Pokemon Red/Green ที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1996 นั้น Lavender Town หรือที่รู้จักในชื่อญี่ปุ่นว่า "ชิออนทาวน์" (Shion Town) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความพิเศษอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเป็นที่ตั้งของ "Pokemon Tower" หรือหอคอยโปเกมอน ซึ่งเป็นสุสานขนาดใหญ่สำหรับโปเกมอนที่เสียชีวิตแล้ว
ใช่ คุณอ่านถูกต้อง เกมสำหรับเด็กเกมหนึ่งมีสถานที่ที่เป็นสุสานโปเกมอนจริงๆ พร้อมกับวิญญาณโปเกมอนที่ล่องลอยอยู่ภายใน และดนตรีประกอบของเมืองนี้ก็ฟังดูแตกต่างจากทุกพื้นที่อื่นในเกมอย่างสิ้นเชิง
เพลงประกอบ Lavender Town มีลักษณะเฉพาะที่น่าหลอน มีโน้ตสูงๆ ที่ซ้ำๆ กัน จังหวะช้า บรรยากาศหดหู่ และมีเสียงที่ผิดปกติหลายอย่าง สำหรับเด็กญี่ปุ่นในยุค 1996 ที่เพิ่งเปิดเกมและเดินเข้าไปในเมืองนี้ครั้งแรก เสียงเพลงนั้นทิ้งความรู้สึกแปลกๆ ไว้ในใจอย่างที่ลืมไม่ได้
ในฐานะคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทยมากกว่า 10 ปี เคยเจอสถานการณ์แบบนี้โดยตรงตอนที่เพื่อนชาวไทยถามว่า "จริงไหมที่เพลง Lavender Town ทำให้เด็กญี่ปุ่นเสียชีวิต?" ซึ่งทำให้เห็นว่าตำนานนี้ยังคงแพร่หลายอย่างมากในกลุ่มแฟนเกมรุ่นใหม่
ตำนาน "Lavender Town Syndrome" เริ่มแพร่กระจายในอินเทอร์เน็ตราวปี 2010 โดยมีเนื้อหาหลักดังนี้
ตำนานกล่าวว่าเพลงประกอบ Lavender Town ฉบับดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้นมีความถี่เสียงพิเศษที่มนุษย์ฟังได้ยากหรือไม่ได้ยินเลย แต่ส่งผลต่อสมองโดยตรง โดยเฉพาะในเด็กที่มีช่วงการได้ยินกว้างกว่าผู้ใหญ่ ผลที่ว่ากันคือทำให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรง คลื่นไส้ หูอื้อ และในกรณีรุนแรงถึงขั้นมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง
ตำนานยังอ้างว่าหลังจาก Pokemon Red/Green วางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1996 ตัวเลขการเสียชีวิตของเด็กในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ และ Game Freak ได้แก้ไขเพลงนี้อย่างลับๆ ก่อนที่จะวางจำหน่ายในต่างประเทศ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวอร์ชั่นของสหรัฐอเมริกาและยุโรปจึงมีเพลง Lavender Town ที่แตกต่างออกไป
ตำนานนี้ถูกเรียกว่าเป็น "Creepypasta" ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกนิทานสยองขวัญที่แพร่กระจายทางอินเทอร์เน็ต คล้ายกับการ "copy-paste" เรื่องน่ากลัว เพลง Lavender Town กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในชุมชน Creepypasta ทั่วโลก
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในบทความนี้ เพราะตำนาน Lavender Town Syndrome นั้นไม่มีหลักฐานยืนยันจากแหล่งใดที่น่าเชื่อถือ
ประการแรก Nintendo และ Game Freak ไม่เคยออกแถลงการณ์หรือยืนยันเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับเพลงนี้ ไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการว่ามีการแก้ไขเพลงเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ และไม่มีเอกสารใดจาก Game Freak ที่กล่าวถึงความถี่เสียงที่เป็นอันตราย
ประการที่สอง ข้อมูลสถิติการเสียชีวิตของเด็กในญี่ปุ่นในปี 1996 ไม่แสดงให้เห็นการพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติหลังจาก Pokemon วางจำหน่าย หากมีเหตุการณ์ขนาดนั้นเกิดขึ้นจริง สื่อมวลชนญี่ปุ่นจะต้องรายงานอย่างแน่นอน แต่ไม่มีรายงานข่าวใดในขณะนั้นที่กล่าวถึงเรื่องนี้
ประการที่สาม สาเหตุที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงเพลง Lavender Town ในเวอร์ชั่นต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องของเทคโนโลยีและการปรับแต่งทางดนตรี Nintendo ทำการปรับเปลี่ยนเพลงหลายเพลงในเกม Pokemon เวอร์ชั่นต่างๆ เพื่อให้เหมาะกับระบบเสียงของฮาร์ดแวร์และรสนิยมของผู้ฟังในแต่ละตลาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมเกม ไม่ใช่การ "ซ่อนหลักฐาน"
เว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายแห่ง รวมถึง Snopes ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม fact-checking ที่เก่าแก่และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก ได้จัดประเภทเรื่อง Lavender Town Syndrome ไว้ว่าเป็น "fiction" หรือเรื่องแต่งขึ้น ไม่มีหลักฐานใดที่สนับสนุนตำนานนี้
แม้ว่าตำนาน Lavender Town Syndrome จะเป็นเรื่องแต่ง แต่มีหลายอย่างเกี่ยวกับ Lavender Town ที่เป็นความจริงและน่าสนใจในตัวเอง
Pokemon Tower ที่อยู่ใน Lavender Town นั้นเป็นสถานที่ที่มีการออกแบบค่อนข้างมืดหม่นและลึกซึ้งสำหรับเกมที่ตลาดเป้าหมายคือเด็กอายุ 6-12 ปี มีโปเกมอนผีหลายตัวที่อาศัยอยู่ในหอคอยแห่งนี้ และโครงเรื่องเกี่ยวข้องกับโปเกมอนที่ถูกฆ่าและวิญญาณที่ยังล่องลอยอยู่ เนื้อหาเหล่านี้เป็นการออกแบบอย่างตั้งใจโดย Satoshi Tajiri ผู้สร้าง Pokemon ที่ต้องการให้เกมมีมิติของชีวิตและความตายอยู่ด้วย
เพลง Lavender Town ถูกแต่งขึ้นอย่างตั้งใจให้ฟังดูน่ากลัวและหดหู่ เพื่อสร้างบรรยากาศให้สอดคล้องกับธีมของสุสาน Junichi Masuda ผู้แต่งเพลงประกอบในเกม Pokemon ยุคแรกได้ออกแบบเพลงนี้ให้แตกต่างจากพื้นที่อื่นในเกมอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่ากำลังเข้าสู่สถานที่พิเศษและน่าหวาดกลัว
ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องนี้คือตอนที่อ่านฟอรัมเกมในช่วงต้นทศวรรษ 2010 และรู้สึกทึ่งว่าทำไมเรื่องที่ไม่มีหลักฐานจึงแพร่กระจายได้กว้างขวางขนาดนี้ คำตอบอยู่ที่จิตวิทยาของการเล่าเรื่องสยองขวัญ
มีหลายปัจจัยที่ทำให้ตำนาน Lavender Town Syndrome แข็งแกร่งมากกว่า Creepypasta อื่นๆ
ปัจจัยแรกคือ "ความขัดแย้งทางอารมณ์" ระหว่างภาพลักษณ์ของ Pokemon ที่เป็นเกมน่ารัก สดใส กับธีมของความตายใน Lavender Town ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจตามธรรมชาติ ซึ่งง่ายต่อการขยายเป็นเรื่องน่ากลัว
ปัจจัยที่สองคือเพลงของ Lavender Town นั้นฟังดูแปลกๆ จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆ ในเกม และความรู้สึก "แปลก" นี้ทำให้ผู้คนเชื่อในตำนานได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยที่สามคือความลึกลับของ "เวอร์ชั่นญี่ปุ่นต้นฉบับ" ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่นอกญี่ปุ่นไม่มีโอกาสเล่น ทำให้มีพื้นที่สำหรับจินตนาการและการแต่งเรื่องได้กว้างขวาง
และปัจจัยสุดท้ายคืออินเทอร์เน็ตและ YouTube ที่ทำให้การแพร่กระจายของเรื่องราวเหล่านี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว มีวิดีโอ "analysis" และ "evidence" ของ Lavender Town Syndrome หลายพันคลิปบน YouTube ที่มียอดผู้ชมรวมหลายสิบล้านครั้ง

Lavender Town Syndrome เป็นตัวอย่างที่ดีของปรากฏการณ์ "Creepypasta" ที่เกิดขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต เรื่องราวที่เริ่มจากความรู้สึกไม่สบายใจเล็กๆ น้อยๆ จากการเล่นเกม ถูกขยายและแต่งเติมจนกลายเป็นตำนานที่มีรายละเอียดซับซ้อน และแพร่กระจายไปทั่วโลกในเวลาไม่กี่ปี
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่คือมันสะท้อนให้เห็นว่า Pokemon Red/Green นั้นมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปและความทรงจำของคนรุ่นหนึ่งอย่างลึกซึ้งมากแค่ไหน จนกระทั่งเพลงประกอบเกมสั้นๆ ความยาวไม่กี่วินาทีสามารถสร้างตำนานที่ยังถูกพูดถึงอยู่จนถึงทุกวันนี้
Nintendo และ Game Freak ไม่เคยยืนยันสิ่งใดในตำนานนี้ และข้อมูลทางสถิติก็ไม่สนับสนุนคำกล่าวอ้างใดๆ ใน Lavender Town Syndrome Pokemon Tower ใน Lavender Town เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบเกมที่ตั้งใจให้มีธีมของชีวิตและความตาย และเพลง Lavender Town ก็ถูกแต่งขึ้นเพื่อสร้างบรรยากาศ ไม่ใช่เพื่อทำลายจิตใจผู้เล่น
Pokemon ยังคงเป็นแฟรนไชส์เกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และ Lavender Town ก็ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แฟนๆ จดจำได้มากที่สุด ไม่ใช่เพราะเป็นอันตราย แต่เพราะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของการออกแบบเกมที่สร้างบรรยากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

