ตอบสั้นๆ ก่อน: ใช่ Ise Jingu ยิ่งใหญ่จริง แต่ถ้าคุณไปมาแล้วและอยากได้อะไรที่ไม่ใช่ฝูงชน ไม่ใช่ป้ายบอกทาง ไม่ใช่ร้านของที่ระลึกเรียงรายทั้งถนน คำตอบคือต้องนั่งรถไฟต่อออกไปอีกหนึ่งชั่วโมง Shima คือสิ่งที่รอคุณอยู่ที่นั่น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้จังหวัด Mie สมบูรณ์จริงๆ
เขตท่องเที่ยว Shima ในจังหวัด Mie คือพื้นที่ที่ประกอบด้วย Ago Bay อ่าวที่ถูกล้อมรอบด้วยชายฝั่งรูปทรงซับซ้อนแบบ Rias ทะเลสีเขียวมรกตที่มีเกาะน้อยใหญ่กระจายอยู่หลายร้อยเกาะ และวัฒนธรรมการดำน้ำแบบ Ama ที่สืบทอดต่อกันมานับพันปี ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ห่างจากนาโกยาเพียง 90 นาทีโดยรถไฟด่วน Kintetsu
Ama คือนักดำน้ำหญิงที่ใช้วิธีดำน้ำแบบ Freediving หรือการกลั้นหายใจโดยไม่ใช้ถังออกซิเจน เพื่อเก็บเก็บหอย หอยเป๋าฮื้อ สาหร่าย ปลิงทะเล และอาหารทะเลอื่นๆ จากพื้นทะเล วิธีการนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลาหลายพันปี โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยหายใจ ไม่มีชุดดำน้ำแบบสมัยใหม่ในยุคแรก และอาศัยเพียงความชำนาญที่ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกสาวรุ่นแล้วรุ่นเล่า
จังหวัด Mie และจังหวัด Ishikawa คือสองพื้นที่ที่วัฒนธรรม Ama ยังคงดำรงอยู่อย่างมีชีวิตชีวาที่สุดในญี่ปุ่น ในปี 2022 UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนวัฒนธรรม Ama ของญี่ปุ่น (ร่วมกับวัฒนธรรมนักดำน้ำหญิงในเกาหลีใต้ที่รู้จักกันในชื่อ Haenyeo) เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งหมายความว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องท้องถิ่น แต่เป็นสิ่งที่โลกยอมรับว่าต้องได้รับการอนุรักษ์ไว้

ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่อง Ama คือตอนอ่านบทความในนิตยสารท่องเที่ยวเก่าๆ ที่บ้าน และตอนนั้นรู้สึกว่ามันฟังดูเป็นเรื่องในอดีตที่หายไปนานแล้ว แต่เมื่อได้ไปเยือน Shima จริงๆ ก็พบว่า Ama ยังมีตัวตนอยู่จริง บางคนอายุเกิน 70 ปีแล้วยังดำน้ำอยู่ทุกวัน
Ago Bay ถือเป็นหนึ่งในอ่าวที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นแหล่งกำเนิดของอุตสาหกรรมไข่มุกเลี้ยงที่เปลี่ยนแปลงตลาดอัญมณีโลก Mikimoto Kokichi ชาวเมือง Toba ในจังหวัด Mie คือผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงไข่มุกแบบกลมสมบูรณ์เป็นครั้งแรกของโลกในปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้น ไข่มุกกลมสวยงามเป็นของหายากที่มีเฉพาะคนร่ำรวยและราชวงศ์เท่านั้นที่เข้าถึงได้
ปัจจุบัน Ago Bay ยังคงเต็มไปด้วยแพเพาะเลี้ยงไข่มุกที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ การล่องเรือในอ่าวให้โอกาสชมทิวทัศน์ของเกาะเล็กเกาะน้อย แพไข่มุก และชายฝั่งที่หักเป็นมุมแหลมสวยงามในแบบที่ไม่มีที่ไหนเหมือน เส้นชายฝั่งที่ยาวและคดเคี้ยวของ Ago Bay เป็นผลมาจากการที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นในยุคหลังน้ำแข็งและไหลเข้ามาในหุบเขาที่เคยอยู่บนบก ทำให้เกิดอ่าวลึกและเกาะจำนวนมาก ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยเป๋าฮื้อ
หนึ่งในประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดใน Shima คือการเข้าร่วม Ama Hut Experience หรือประสบการณ์ในกระท่อมของ Ama ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้นั่งอยู่ในกระท่อมที่ Ama ใช้พักและอบตัวให้อบอุ่นหลังดำน้ำ ได้ฟังเรื่องราวชีวิตของพวกเธอโดยตรง และได้กินอาหารทะเลสดที่เพิ่งเก็บมาจากทะเลในวันนั้น
อาหารที่เสิร์ฟในกระท่อมนั้นเรียบง่ายแต่สดเกินคำบรรยาย หอยนางรม หอยเป๋าฮื้อ ปลาหมึก และสาหร่ายทะเล ย่างบนเตาถ่านในกระท่อม กินพร้อมกับเรื่องราวจากปากของ Ama เอง บางสถานที่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสวมชุดดำน้ำและลงน้ำพร้อมกับ Ama ที่มีประสบการณ์ในน้ำตื้นได้ด้วย สิ่งสำคัญคือต้องจองล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูดำน้ำหลักและมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น
รูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไทยที่อยากเยือนทั้ง Ise Jingu และ Shima คือการจัดตารางสองวัน วันแรกเดินทางจากนาโกยาโดยรถไฟ Kintetsu ด่วนพิเศษ Shimakaze หรือ Vista Car มายัง Ise Shi หรือ Ujiyamada เพื่อเยี่ยมชม Ise Jingu ทั้งสองศาลเจ้าหลักในช่วงเช้าถึงบ่าย จากนั้นบ่ายวันเดียวกันสามารถเดินทางต่อไปยังเมือง Toba เพื่อชม Mikimoto Pearl Island หรือพิพิธภัณฑ์ Aquarium Toba ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
วันที่สองนอนค้างคืนในเขต Shima และใช้ทั้งวันสำหรับ Ago Bay ประสบการณ์ Ama Hut และการล่องเรือ สถานีปลายทางของรถไฟ Kintetsu คือ Kashikojima ซึ่งเป็นจุดออกเรือหลักสำหรับชม Ago Bay ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเป็นช่วงพักของ Ama Hut บางแห่ง ดังนั้นควรตรวจสอบก่อนเดินทางในช่วงฤดูหนาว ราคาตั๋ว Kintetsu ด่วนพิเศษจากนาโกยาถึง Kashikojima อยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 4,500 เยนต่อคน ขึ้นอยู่กับประเภทรถ
Shima เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่นแล้วสองถึงสามครั้งขึ้นไปและอยากได้ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกับครั้งก่อน คนที่ชื่นชอบธรรมชาติ อาหารทะเล และวัฒนธรรมที่มีชีวิตอยู่จริง ไม่ใช่แค่ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ จะพบว่า Shima ให้สิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลกอีกแล้ว

