UNSEEN JAPAN
วัฒนธรรม

Toritetsu: เมื่อ "คนรักรถไฟ" กลายเป็นปัญหาสังคมของญี่ปุ่น — เบื้องหลังงานอดิเรกที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก

← กลับ21 กรกฎาคม 2569

Toritetsu คือกลุ่มแฟนรถไฟที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในญี่ปุ่น แต่ในช่วงหลังชื่อนี้กลายเป็นที่รู้จักในแง่ลบ — จากพฤติกรรมบุกรุกราง ตัดต้นไม้ชาวบ้าน ไปจนถึงการใช้หน่วยดับเพลิงเป็นเครื่องมือ เจาะลึกวัฒนธรรมที่ SNS เปลี่ยนให้ไม่เหมือนเดิม

ถ้าคุณเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเห็นกลุ่มคนถือกล้องเลนส์ยาวยืนเรียงแถวริมชานชาลา เล็งไปที่รางรถไฟราวกับปาปารัสซี่รอดารา — คุณได้พบกับ "Toritetsu" แล้ว นี่คือหนึ่งในวัฒนธรรมงานอดิเรกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และในขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่กำลังถูกสังคมญี่ปุ่นวิจารณ์หนักที่สุดกลุ่มหนึ่ง

Tetsudo Fan: ประเทศที่มี "แฟนรถไฟ" หลายล้านคน

ญี่ปุ่นคือประเทศที่รถไฟไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็นวัฒนธรรม เครือข่ายรถไฟที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตรงเวลาระดับวินาที และมีรถไฟรุ่นพิเศษหลากหลาย ทำให้เกิดกลุ่มแฟนรถไฟ (เรียกรวมว่า Tetsudo Fan หรือย่อว่า Tecchan) จำนวนมหาศาล ประเมินกันว่ามีหลักล้านคนทั่วประเทศ

แฟนรถไฟญี่ปุ่นแบ่งเป็นสายย่อยเยอะมากจนน่าทึ่ง: สายนั่ง (Noritetsu — เน้นเดินทางด้วยรถไฟให้ครบทุกเส้นทาง) สายฟังเสียง (Onitetsu — อัดเสียงประกาศและเสียงเครื่องยนต์) สายตารางเวลา (อ่านตารางเดินรถเป็นงานอดิเรก) และสายที่ใหญ่ที่สุดคือ สายถ่ายรูป — Toritetsu (มาจากคำ Toru = ถ่ายรูป + Tetsu = เหล็ก/รถไฟ)

Toritetsu คือใคร — และทำไมพวกเขาจริงจังขนาดนั้น

Toritetsu ตัวจริงจริงจังในระดับที่คนนอกวงการต้องอึ้ง: ศึกษาตารางเดินรถล่วงหน้าเป็นเดือน เดินทางข้ามจังหวัดไปยัง "จุดถ่าย" ที่คำนวณมุมแสงแดดไว้แล้ว และรอหลายชั่วโมงเพื่อชัตเตอร์ไม่กี่วินาที เป้าหมายยอดนิยมคือรถไฟรุ่นเก่าที่กำลังจะปลดระวาง ขบวนพิเศษที่วิ่งครั้งเดียว หรือรถไฟที่วิ่งผ่านฉากหลังสวยๆ ตามฤดูกาล

ความจริงจังนี้เห็นได้จากเหตุการณ์เดือนกรกฎาคม 2025: มีรายงานว่าแฟนรถไฟราว 300 คนแห่ไปรวมตัวกันกลางดึกใกล้สถานี Omiya จังหวัด Saitama เพียงเพื่อถ่ายขบวนรถรุ่น 201 ที่ปลดระวางไปตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งถูกนำมาวิ่งเป็นกรณีพิเศษ จนตำรวจต้องออกมาควบคุมสถานการณ์เพราะบางคนวิ่งลงไปบนถนน

เมื่องานอดิเรกกลายเป็นปัญหาสังคม

คำว่า Toritetsu ในข่าวญี่ปุ่นช่วงหลังมักมาพร้อมคำว่า "ปัญหามารยาท" ตัวอย่างพฤติกรรมที่เป็นข่าว:

  • บุกรุกเข้าไปในรางรถไฟหรือที่ดินส่วนบุคคลเพื่อหามุมถ่าย — มีกรณีที่ผู้บุกรุกรางถูกลงโทษตามกฎหมายรถไฟ (Tetsudo Eigyo Ho) ซึ่งกำหนดโทษปรับสำหรับการเข้าไปในเขตรางโดยไม่ได้รับอนุญาต และคนทำงานราชการรายหนึ่งถึงกับถูกพักงานจากเหตุนี้
  • ตัดต้นไม้ของชาวบ้านเพราะ "บังมุมกล้อง" (กรณีที่โด่งดังมากในหมู่คนญี่ปุ่น)
  • ผลักดันหรือตะโกนใส่ผู้โดยสารทั่วไปที่ "เดินเข้ามาในเฟรม"
  • ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2026 คลิปที่กลุ่ม Toritetsu ยืนล้ำเส้นเหลืองบนชานชาลาเพื่อถ่ายรูปโดยไม่ฟังเจ้าหน้าที่ที่ตะโกนเตือนว่า "ถอยไป" กลายเป็นไวรัลอีกครั้ง

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำ: พฤติกรรมเหล่านี้เป็นของคนส่วนน้อย Toritetsu ส่วนใหญ่ถ่ายรูปอย่างสงบตามมารยาท และในวงการเองก็มีการรณรงค์เรื่องมารยาทกันอย่างจริงจัง

ทำไมมารยาทแย่ลง? คำตอบจากคนในวงการ

สถานีโทรทัศน์ Tokai TV สัมภาษณ์ช่างภาพรถไฟรุ่นเก๋าที่อยู่ในวงการมา 41 ปี เขาวิเคราะห์ว่าตัวการสำคัญคือ "ความต้องการการยอมรับ" (Shonin Yokkyu) ที่พุ่งสูงขึ้นในยุคโซเชียลมีเดีย

สมัยก่อน คนถ่ายรูปรถไฟเพื่อเก็บสะสมเอง แต่ปัจจุบันภาพถ่ายกลายเป็นเครื่องมือหายอดไลก์ ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งมุมที่ "คนอื่นไม่มี" นำไปสู่การเสี่ยงทำผิดกฎมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งรถไฟรุ่นเก่าทยอยปลดระวางเร็วขึ้น "โอกาสสุดท้าย" ก็ยิ่งถี่ขึ้น ความกดดันต่อหน้างานก็ยิ่งรุนแรง

ฝั่งรถไฟเริ่มตอบโต้ — และมุมมองที่อยากฝากไว้

JR East บริษัทรถไฟใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ประกาศมาตรการรับมือ "พฤติกรรมถ่ายภาพอันตราย" อย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2025 ทั้งการติดโปสเตอร์เตือนตามสถานีหลัก และเผยแพร่วิดีโอรณรงค์ ขณะที่บางบริษัทเลิกประกาศล่วงหน้าว่ารถไฟรุ่นพิเศษจะวิ่งเมื่อไร เพื่อเลี่ยงฝูงชน

ผู้เขียนขอปิดท้ายในฐานะคนญี่ปุ่น: Toritetsu เป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวัฒนธรรม Otaku ของญี่ปุ่น (ความหลงใหลเชิงลึกในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง) ชนเข้ากับยุค SNS ความหลงใหลยังเหมือนเดิม แต่แรงจูงใจเปลี่ยนจาก "เพื่อตัวเอง" เป็น "เพื่อสายตาคนอื่น" — ปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดแค่กับวงการรถไฟ และอาจไม่ได้เกิดแค่ในญี่ปุ่น

ถ้าคุณไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากลองถ่ายรูปรถไฟบ้าง: ยืนหลังเส้นเหลืองเสมอ ไม่ใช้แฟลชใส่ขบวนรถ ไม่กีดขวางผู้โดยสาร เท่านี้คุณก็เป็น Toritetsu ที่น่ารักได้แล้ว

แชร์บทความนี้

FacebookLINE